คอนกรีตผสมเสร็จน่ำเฮง

คอนกรีตผสมเสร็จน่ำเฮง

"คอนกรีตผสมเสร็จน่ำเฮง คอนกรีตผสมเสร็จที่มีคุณภาพตอบสนองความต้องการสูงสุดของลูกค้า ให้บริการจัดส่งด้วยความถูกต้อง ตรงเวลาที่นัดหมาย"

นโยบายคุณภาพ ISO 9001 : 2015


                    "คุณภาพมาตรฐาน บริการประทับใจ" ในการบริหารคุณภาพ ในแต่ละกระบวนการได้กำหนดเป้าหมายคุณภาพและพิจารณาความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำไปสู่ความมุ่งมั่นให้บรรลุเป้าหมายคุณภาพและการขจัดความเสี่ยงต่างๆให้สำเร็จ และได้คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานที่เหมาะสมทุกหน่วยผลิต โดยเริ่มนำระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (ISO14001:2015)มาใช้ ที่หน่วยผลิตวัชรพลก่อนเพื่อนำร่องและขยายไปตามหน่วยผลิตอื่นๆในอนาคต

นโยบายคุณภาพ ISO 14001 : 2015

                            "คุณภาพมาตรฐาน บริการประทับใจ ใส่ใจสิ่งแวดล้อม" ในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ได้ประเมินกิจกรรมทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้น ทั้งภายในและภายนอกหน่วยผลิตที่มีความเสี่ยงกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงการปกป้อง ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ในกรณีภัยธรรมชาติได้เฝ้าระวัง มีการเตรียมการป้องกันแก้ไขให้เหมาะสม เช่นกรณีภัยแล้งหรือน้ำไม่เพียงพอได้เตรียมถังน้ำสำรองน้ำขนาดใหญ่ไว้ให้เพียงพอสำหรับการผลิตและควบคุมสภาพแวดล้อมในหน่วยผลิต กรณีน้ำท่วมที่พบว่ามีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ได้เตรียมการยกอุปกรณ์ที่อยู่ต่ำให้ขึ้นที่สูงขึ้นในระดับที่เหมาะสม ขนย้ายสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและอพยพประชาการในหน่วย ออกนอกสถานที่ไปในที่ปลอดภัย สิ่งปลูกสร้างในบริเวณได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม มีการรับรองการก่อสร้างอย่างถูกต้อง สามารถรองรับแผ่นดินไหวในระดับพื้นฐานได้ สำหรับกรณีอื่นๆให้เฝ้าระวังและปฎิบัติตามสภาวะฉุกเฉินต่อไป จัดให้มีการฝึกอบรม พนักงานทุกระดับ ให้มีความรู้ความสามารถในการปฎิบัติงาน รวมถึงวิธีการทำงานเป็นทีม ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทฯสามารถรักษาระดับมาตรฐานได้อย่างยั่งยืน และพัฒนาสู่มาตรฐานอื่นๆต่อไป

 

คอนกรีตผสมเสร็จน่ำเฮง

ผลิตภัณฑ์คอนกรีตน่ำเฮง

1.คอนกรีตความร้อนต่ำ 
คอนกรีตที่มีความหนาตั้งแต่1เมตรขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะสะสมอุณหภูมิ บริเวณแกนกลางสูงเกินกว่า80องศาเซลเซียส ส่งผลให้คอนกรีตเกิดการเสียหายจากการแตกร้าวเนื่องจากอุณหภูมิได้ คอนกรีตประเภทความร้อนต่ำได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความร้อนที่เกิดจากปฎิกิริยาของคอนกรีตต่ำที่สุดบนข้อจำกัดในด้านกำลังรับแรงอัด ขนาดของโครงสร้างและระยะเวลาการก่อสร้าง เป็นต้น การวิเคราะห์ผลอุณหภูมิสูงสุดล่วงหน้าจะช่วยให้การเตรียมความพร้อมในการเทคอนกรีตมีศักยภาพดียิ่งขึ้น และลดปัญหาการแตกร้าวเนื่องจากอุณหภูมิได้

2.คอนกรีตไหลอัดแน่นได้ด้วยตัวเอง
คอนกรีตSelf-Compacting เหมาะสำหรับโครงสร้างที่คอนกรีตทั่วไปไหลเข้าแบบได้ยาก เช่น เสาที่แคบมีความสูงชะลูดมีเหล็กเสริมแน่น โครงสร้างมีทิศทางการเทที่ซับซ้อน งานซ่อมแซม หรืองานเทคอนกรีตที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากระยะเวลาการเทและส่วนของแรงงาน คอนกรีตประเภทนี้จะมีความสามารถเทได้สูง ไหลเข้าแบบง่ายโดยไม่ต้องมีการจี้เขย่า ยากต่อการแยกตัว เมื่อผ่านอุปสรรคได้แก่ สิ่งกีดขวางหรือเหล็กเสริม คอนกรีตจะไหลผ่านโดยนำพาหินไปด้วยกันได้ ส่วนที่เป็นซีเมนต์เพสต์มีความแข็งแกร่งกว่าคอนกรีตทั่วไป

3.คอนกรีตรับแรงอัดสูง
ในปัจจุบันแนวทางการออกแบบโครงสร้างเน้นให้โครงสร้างเล็กลงเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยของตัวอาคาร จึงมีการออกแบบโครงสร้างโดยกำหนดให้คอนกรีตมีการรับน้ำหนักที่สูงขึ้นตั้งแต่400กก./ซม2 ขึ้นไป ดังนั้น คอนกรีตที่มีกำลังรับแรงอัดสูงจึงต้องพิถีพิถันใส่ใจในรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบส่วนผสมคอนกรีต คุณภาพของวัสดุที่นำมาผลิตเป็นคอนกรีต และการควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ เพื่อให้กำลังรับแรงอัดถึงตามเป้าหมายที่ต้องการ โดยสามารถผลิตคอนกรีตได้กำลังรับแรงอัดสูงสุดที่800กก./ซม2 นอกจากนี้ การออกแบบคอนกรีตได้คำนึงถึงความทนทานในระยะยาว ลดการแตกร้าว และมีความสามารถเทได้ดี

4.คอนกรีตแข็งตัวเร็ว

ในปัจจุบันโครงสร้างการก่อสร้างต้องการความรวดเร็วในการทำงาน เร่งเวลาในการถอดแบบ หรือต้องการเปิดใช้งานโครงสร้างอย่างเร่งด่วนซึ่งคอนกรีตแข็งตัวเร็ว สามารถตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนากำลังอัดในชั่วโมงต้นๆทนต่อการสึกหรอ และยังมีความทึบน้ำสูงกว่าคอนกรีตทั่วไป ซึ่งสัดส่วนผสมคอนกรีต สามารถออกแบบได้ ตามกำลังอัด และเวลาที่ต้องการใช้งาน

5.คอนกรีตสำหรับสิ่งแวดล้อมทะเล
โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล้กในสภาวะ ที่ต้องสัมผัสกับน้ำทะเล หรือบริเวณชายฝั่งทะเล นั้นไม่สามารถที่จะใช้คอนกรีตทั่วไปในการทำงานได้ เนื่องจากน้ำทะเลประกอบไปด้วยเกลือคลอไลด์ และเกลือซัลเฟต ทำให้ไม่สามารถทนต่อการกัดกร่อน และทำให้เหล็กเป็นสนิมจนทำให้คอนกรีตเกิดการกระเทาะออก ซึ่งคอนกรีตสำหรับสิ่งแวดล้อมทะเล ถูกออกแบบเพื่อใช้ในงานในสภาวะดังกล่าวได้ดี คอนกรีตมีความพรุนต่ำ ลดปัญหาการซึมผ่านคลอไรด์ และปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นจากครอไรด์ ทำให้โครงสร้างมีอายุการใช้งานได้ยาวนาน

6.คอนกรีต Slip Form
คอนกรีต Slip Form เหมาะสำหรับการเทคอนกรีตระบบเลื่อนเทในแนวดิ่ง โดยใช้ Hydraulic Jack เป็นตัวขับดันแบบหล่อเหล็กขึ้น เมื่อคอนกรีตเริ่มแข็งตัว คอนกรีตมีความสามารถเทได้ดี มีระยะเวลาในการเริ่มแข็งตัวของคอนกรีตสอดคล้องกับการ Slip โดยไม่เร็วหรือช้าเกินไป ผลิตคอนกรีตมีลักษณะเรียบเนียน มีฟองอากาศน้อย ไม่มีโพรงหรือรูพรุน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสะอาดของแบบเหล็กและการ Slip ได้สอดคล้องกับการแข็งตัวของคอนกรีต ระยะเวลาในการ Slip สามารถกำหนดได้ตั้งแต่2ชั่วโมง30นาที ขึ้นไป นับจากเวลาเริ่มผสมคอนกรีต
ภาพการจัดส่งน่ำเฮงCr : http://www.namhenggroup.com/

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HDWatsadu โทร.061-450-9292 หรือ 061-590-9292 

 

ติดต่อhdwatsadu

Powered by MakeWebEasy.com